มะพร้าวกะทิ คืออะไร ??

มีใครรู้บ้างว่า มะพร้าวกะทิ ไม่ใช่มะพร้าวสำหรับเอามาทำแกงกะทิ!! ทั้ง 2 อย่างนั้นแตกต่างและมีวิธีกินเฉพาะตัว ตามไปดูเรื่องน่าสนใจของมะพร้าวกะทิและกะทิกันเลยค่ะ

มะพร้าวกะทิ คือ มะพร้าวที่มีเนื้อในผลหนา 2-3 ซม. อ่อนนิ่ม เนื้อฟูคล้ายผิวมะกรูด น้ำในผลมีน้อย ลักษณะข้นเหนียว รสชาติเนื้อนั้น หวานมัน หอมมาก นิยมรับประทานกันสดๆ หรือคู่กับน้ำเชื่อม มะพร้าวกะทิหาทานยากนานๆ จะพบในทะลายมะพร้าวพันธุ์ปกติบางต้นเท่านั้น ถ้าเป็นมะพร้าวกะทิ ให้ลองเขย่าจะไม่ได้ยินเสียงของน้ำข้างใน แต่ถ้าเป็นมะพร้าวแก่พร้อมแกงเขย่าแล้วจะได้ยินเสียงคลอนน้ำ เนื้อมะพร้าวกะทิมีเส้นใยอาหารสูง ดีกับระบบขับถ่าย มีไขมันต่ำ และมีกรดลอริกสูงถึง 46%

“มะพร้าวแกง” คือ มะพร้าวแก่ ผิวเปลือกสีน้ำตาล เบามาก เนื้อแข็งและหนา ลองเขย่าจะได้ยินเสียงน้ำคลอนชัดเจน แต่มีน้อยรสเปรี้ยวกินไม่อร่อย คนไทยนิยมเอาเนื้อมาขูดเป็นฝอยเพื่อคั้นเป็นน้ำกะทิทำต้ม แกง หรือโรยหน้าขนมหวานอาหารไทยที่ใครๆ ก็คุ้นเคย เนื้อต้องแข็งและหนาจึงจะขูดง่ายได้น้ำกะทิเข้มข้น ชาวสวนเขาเรียกมะพร้าวเป็นอัน อันที่แก่กว่าเรียกอันพี่ อันที่อ่อนกว่าเรียกอันน้อง

“กะทิจากมะพร้าวแกง” กะทิ น้ำสีขาว ข้น หอมมันที่ได้จากคั้นเนื้อแก่ของมะพร้าว ถ้าแบบไม่ผสมน้ำเรียกหัวกะทิ ผสมน้ำ 1 ส่วน เรียกว่าหางกะทิ ในนี้มีทั้งโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และไขมันชนิดดีที่พร้อมให้พลังงานทัน ไม่สะสม ไม่ทำให้อ้วนที่สำคัญยังไปช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันจากอาหารอื่นๆ ที่กินไปเข้าพร้อมกันถือเป็นการช่วยลดน้ำหนักไปในตัว ช่วยให้คอเลสโตรอล HDL สูงขึ้นและน้ำหนักลดลง เทคนิคคือในมือนั้นๆ ควรมีอาหารจากกะทิประกอบอยู่ด้วยจึงจะช่วยเร่งการเผาผลาญ

กินกะทิช่วยให้ป่วยน้อยลง ในกะทิ มีกรดมหัศจรรย์ชื่อว่า “กรดลอริก” (Lauric Acid) เป็นกรดไขมันมันตัวเดียวกับในนมแม่สูงถึง 56% คุณสมบัติต้านไวรัส แบคทีเรียและจุลินทรีย์ได้ เพราะรับประทานเข้าไปร่างกายจะเปลี่ยนกรดลอริกให้เป็นโมโนลอรินที่สรรพคุณเดียวกับน้ำนมแม่ คือ เป็นสารต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ ไม่ว่าจะแบคทีเรีย เชื้อราโปรโตซัวและไวรัส โดยเฉพาะเชื้อ HIVs

ให้ “กะทิ” เป็นหนึ่งในอาหารที่สร้างสุขภาพดีและความสุนทรีย์ทางรสชาติของมื้อสำคัญในบ้านคุณ รับประทานให้ถูกวิธี ไม่มีคำว่าอ้วน มีแต่ชวนอร่อยและยังคอยช่วยดูแลสุขภาพ

ขอบคุณข้อมูลจาก ::